สถานที่ลับสายอาร์ตที่ซ่อนอยู่ใน “Mid สุขุมวิท”
“สุขุมวิท” นอกจากจะเป็นย่านที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเป็นย่านที่นักคิด ศิลปิน และนักออกแบบมารวมตัวกันมากมาย ทำให้ย่านนี้กลายเป็นย่านที่มีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ตามซอกซอยต่างๆ ล้วนมีเรื่องเล่า มีผู้คนที่น่าสนใจ หรือที่เรียกว่าเป็น Hidden Notable ซ่อนตัวอยู่ รอให้คุณไปค้นหา
01 You’re here at Sukhumvit : คุณอยู่ “ใจกลางสุขุมวิท” แล้ว
หากเดินลัดเลาะไปตามถนนสุขุมวิทตอนกลาง จากประมาณซอย 32 – 55 ก็จะรู้สึกคุ้นตากับบรรดาตึกแถวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเช่น Façade รูปทรงต่างๆ ที่ผสานเอาความเป็นตะวันตก และความเป็นไทยไว้ด้วยกัน แม้จะดูธรรมดา แต่ก็สะท้อนความเป็นเมืองหลวงได้อย่างดี
Façade เหล็กดัด และช่องลมทรงโค้ง คือ เทรนด์การออกแบบที่ยังหลงเหลือจากยุค 1950s ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นเป็นสถาปัตยกรรมที่มาพร้องฟังก์ชัน ทั้งกันแดด / ลม / ฝน เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทย ยิ่งไปกว่านั้น คือลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยิ่งเก่า ยิ่งสวย แม้จะไม่ใช่ความสวยที่เอี่ยมอ่อง แต่ก็มีความสวยแบบมีเรื่องราว
02 Classic Decade : โรงพิมพ์ผ้าปีนัง - ความคลาสสิกบนเส้นสุขุมวิท
โรงพิมพ์ผ้าปีนัง สถาปัตยกรรมโพสต์โมเดิร์นโดยสถาปนิกระดับตำนาน “รังสรรค์ ต่อสุวรรณ” เป็นการผสมผสานระหว่าง façade รูปทรงโค้งแปลกตา กับกระจกโมเสก เป็นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ทวนกระแส ขณะเดียวกันก็คงความงามข้ามกาลเวลามาจวบปัจจุบัน ผลงานเด่นๆ ของ รังสรรค์ ยังมีอีกหลายแห่ง อาทิ เช่น ห้างอัมรินทร์ พลาซ่า โรงพยาบาลสมิติเวช และ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่
03 Craft Your Style ความคราฟต์ที่ซ่อนอยู่ในไลฟ์สไตล์
ร้านตัดผมท่านชาย “สมเกศ บาร์เบอร์” ร้านเก่าแก่ ที่อยู่คู่สุขุมวิทมาเนิ่นนานตั้งแต่ปี 1959 เป็นร้านตัดผมที่ข้างนอกอาจดูธรรมดา แต่ได้รับความไว้วางใจจากคนใหญ่คนโตระดับประเทศมาแล้ว จัดเป็นงานคราฟต์แบบดั้งเดิมที่ราคาคุ้มค่ากว่าที่คิด เพียง 50 -100 บาทต่อครั้งเท่านั้น
04 Gentlemen Club : กลิ่นอายของวันวาน ในแก้วเหล้าใบใหม่
แม้เวลาจะผ่านไป แต่งานคราฟท์ เช่นการตัดผมสไตล์สุภาพบุรุษก็ไม่ถูกลืม จากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน กลายเป็นร้านที่นำกลิ่นอายของวันวานมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับปัจจุบัน กลายเป็น “Black Amber Thonglor Social Club Barber Shop & Bar” พร้อมสโลแกน Modern Classic Gentlemen Lifestyle ให้บริการทั้งตัดผม และบาร์เหล้าแบบย้อนยุค ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับ Single Malt Whisky สูบซิการ์ และฟังเพลงแจ๊สระหว่างรอตัดผม
05 Vinyl Moment : ดื่มด่ำกับเสียงเพลงในโลกอะแนล็อก
“ร้านไวนีล บึงกุ่ม เฮาส์” คือ แหล่งรวมตัวสำหรับสายแอนะล็อก ที่หลงใหลเสน่ห์ของแผ่นเสียง ซึ่งที่นี่มีแผ่นเพลงจากทุกยุค ทุกสมัย ทั้งเพลงอินดี้หายาก เพลงแจ๊ส เรื่อยไปจนถึงแผ่นของวงระดับตำนานอย่าง Oasis บึงกุ่ม เฮาส์เป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านที่จำหน่าย “แผ่นเฟิร์ส” หรือ แผ่นต้นฉบับที่วางขายในยุคที่เพลงนั้นๆ เปิดในวิทยุ
06 Handmade Jewelry : งานอาร์ตฝีมือเราที่มีชิ้นเดียวในโลก
ในอาคารเดียวกับ Black Amber และ บึงกุ่มเฮาส์ ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ นั่นก็คือ “Smitheries Jewelry Workshop” เวิร์คช็อคจิวเวอร์รี่โดย กิม-ไชยวัฒน์ วัฒนานุกิจ และ พิม-ปิยะมาศ หมื่นประเสริฐดี ตั้งแต่เดินเข้าประตูไป ก็ให้ความรู้สึกดิบๆ เอาใจคนชอบเครื่องใม้เครื่องมือ เครื่องทองเหลือง และงานไม้
ที่เวิร์คช็อปนี้เปิดโอกาสให้คนทั่วไป ได้ทดลองทำเครื่องประดับด้วยตัวเอง มีทั้งคอร์สเรียน และ Co-working space ที่สามารถเช่าพื้นที่ และเครื่องมือในการทำโปรเจคของคุณได้
07 Fashion x Cafe’ : ที่ๆ แฟชั่นกับอาหารมาพบกัน
“WWA Cafe x Chooseless” คาเฟ่สไตล์ ดิบ เท่ห์ ในซอยเอกมัย 21 ร้านโปรดของเหล่าแฟชั่นนิสต้า ร้านนี้เป็นการร่วมมือกันของ แบรนด์ WWA และ Chooseless มีเสื้อผ้า นอกจากนี้ ยังมีแอคเซสเซอรีจากทั้ง 2
แบรนด์ และ S.V.S.S. เมนูแนะนำเป็นสปาเก็ตตี้ Olio ที่รสชาติถึงเครื่อง ถูกปากคนไทย รวมถึงข้าวเหนียวหมูทอด ก็เป็นเมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
08 Stop and Refill : แวะเติมความสดชื่นกับกาแฟสักแก้ว
“City Boy Coffee Stand” ร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่แอบซ่อนตัวอยู่ในทองหล่อซอย แม้จะเป็นร้านใหม่ แต่ก็เป็นจุดแวะพักที่ได้ความสนใจจากคอกาแฟทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติอย่างคึกคัก ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านที่เน้นวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ และหวาย เมนูแนะนำคือ Carbonated Coffee เพิ่มความสดชื่นด้วยส้ม และเลมอนฝาน
09 Pick The Vintage Things : เสพความเก๋าผ่านเฟอร์นิเจอร์วินเทจ
“Y50” เป็นคาเฟ่ที่จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์มือสองที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเอกมัย 21 เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่มาจากประเทศแถบแสกนดิเนเวีย โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์จากยุค 1950s ถ้าอยากสัมผัสของแต่งบ้านสไตล์ MCM หรือ Mid-Century Modern แบบดั้งเดิม คนวงในบอกมาว่าต้องเป็นที่นี่ เพราะมีการอัพเดทของใหม่อยู่เสมอ นอกจากเฟอร์นิเจอร์จะดูดี เครื่องดื่มยังราคาไม่แพง แถมมีของวินเทจกระจุกกระจิกให้เลือกถ่ายลงไอจีได้อีก
10 Simplified Dishes : เรียบง่าย...ซ่อนความอร่อยขั้นเทพ
“ร้าน ตังเม้ง” ณ ซอยสุขุมวิท 35 ภายในตึกแถวฝั่งตรงข้ามคอนโด BEATNIQ มีร้านข้าวมันไก่ พ่วงบะหมี่หมูแดง และตามสั่ง ที่อร่อยจนต้องไปซ้ำคนละหลายๆ รอบ ราคาไม่แพง กินจนอิ่มก็ไม่เกิน 100 บาท
11 Aesthetic Time : เพลินใจกับงานศิลปะ
“WTF Gallery & Cafe” ในซอย สุขุมวิท 51 ไม่ไกลจาก BEATNIQ เป็นที่ตั้งของแกลเลอรีชื่อเก๋ ซึ่งมีทั้งพื้นที่แสดงงานศิลปะ และคาเฟ่ มีเมนูเลิศรสจากร้าน Danial Tiger เป็นตัวชูโรง ในซอยเดียวกันนั้นยังเป็นที่ตั้งของ อิซากายะ มิวสิคบาร์ และร้านแผ่นเสียง แหล่งรวมตัวของคนสายอาร์ตทั้งชาวไทยและเทศ
12 Find Everything at T Super : ซุปเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทย เก่าแก่คู่สุขุมวิท
ป้ายขนาดใหญ่สีแดงของร้าน “ต. ไทยเจริญ” ชวนให้นึกถึงครั้งที่ผู้คนยังคงใช้ป้ายร้านเป็นการโฆษณาหลัก แต่มาตอนนี้ป้าย T Super ถูกลดทอนความน่าสนใจด้วยเมืองที่เปลี่ยนไป แต่ภายใต้ป้ายใหญ่สีแดงนี้ ยังคงซ่อนซุปเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทยที่อยู่คู่สุขุมวิทมาเนิ่นนาน จำหน่ายทั้งของกิน ของใช้ และของแปลกๆ เช่นโทนิคใส่ผมแบบโบราณ ภายในยังมีร้านกาแฟ Coffee Lab โดยร้านกาแฟ นรสิงห์ ร้านกาแฟแห่งแรกของไทย กาแฟรสชาติดี มีแบบ cold brew ใส่ขวดเหล้าแบนเก๋ๆ ให้ซื้อไปฝากเพื่อนอีกด้วย
13. Beatnik Space : ที่รวมตัวของหนุ่มสาวยุคศตวรรษที่ 21
“สถาบันปรีดี พนมยงค์” หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากยุค MCM ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านสุขุมวิท สร้างขึ้นโดยมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับท่านปรีดี ภายในตัวอาคารจัดเป็นหลายโซน ทั้งโรงละคร แกลเลอรี และลานเอนกประสงค์ ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินแขนงต่างๆได้ใช้พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น งานอ่านบทกวี ศิลปะการแสดงสด การแสดงดนตรี งานเสวนา และงานเชิงทดลองอื่นๆอีกมากมาย เรียกว่าเป็นพื้นที่สำหรับ Beatnik ในยุคศตวรรษที่ 21 ก็ว่าได้
14 LIVE THE NOTABLE LIFE AT BEATNIQ : อยู่อย่างแตกต่าง และโดดเด่น
สถานที่ Hidden สุดท้าย ก็คือ BEATNIQ คอนโด Brand New Unique Luxury ในซอยสุขุมวิท 32 คอนโดสมัยใหม่ที่สะท้อนความงามจากอดีต ด้วยสถาปัตยกรรมจากยุค 1950s คง façade ช่องลมสี่เหลี่ยม จาก Rex Hotel โรงแรมเก่าแก่ที่อยู่ถนนเส้นนี้ ส่งต่อความเป็นเอกลัษณ์แบบสุขุมวิท ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นแต่ไม่เคอะเขินดึงดูดสายตาคนที่ผ่านไปผ่านมา
นับเป็นทำเลศักยภาพ ที่อยู่ไม่ไกลจากแสงสีในย่านสุขุมวิท และห่างจาก Em District เพียง 1 สถานี อย่าลืมออกไปค้นหา Hidden Notable ของคุณ เพราะชีวิตแบบชาวสุขุมวิทที่แท้จริง คือชีวิตที่เต็มไปด้วยพลัง แรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ เป็นชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง พร้อมมองหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ก็เหมือนกับถนนสุขุมวิทที่ไม่เคยหลับใหลนั่นเอง
มาสัมผัสประสบการณ์จริงได้ที่งาน THE OPEN HOUSE 22-23 กันยายนนี้ ที่คอนโด ‘บีทนิค’ สุขุมวิท32 ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ #LivetheNotableLife