รีวิว 28 Chidlom
ที่สุดก็ได้เวลาสำหรับโครงการสุดท้ายในกลุ่มของ Limited Collection ของ SC Asset ตาม Road Map ที่ทาง Sc Asset วางไว้เมื่อประมาณเกือบ 3 ปีก่อนแล้วครับเริ่มตั้งแต่ Saladaeng One ตามมาด้วย Beatniq และตัวสุดท้ายคือ 28 Chidlom กับที่ดินที่มีการซื้อขายแพงที่สุดในเมืองไทย(ช่วงที่ซื้อนะครับตอนนี้ไม่แน่ใจละว่ามีทำ New High ใหม่หรือยังครับ) ย้อนความกันสักนิด จะว่าไปแล้วทั้ง 3 โครงการนั้นเป็น Super Luxury เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม Character ที่ค่อนข้างแตกต่างอย่างชัดเจน เช่น ถ้าพูดถึง Saladaeng one เป็นโครงการที่ทาง SC Asset ลงรายละเอียดเยอะมากทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นงานส่วนกลางหรือในห้อง SC Asset ถือให้เป็นโครงการ Flagship ของโครงการเลยก็ว่าได้ สำหรับ Beatniq นั้นเป็นการผสมผสานระหว่างความ Luxury กับ Timing คือไม่ใช่โครงการที่ Luxury จ๊า แต่มีความ Classic ซ่อนอยู่ใน Detail ของงาน Interior ต่างๆภายในโครงการ ประมาณว่าอีก 10 ปีก็ไม่มี Dated ครับ สำหรับตัวสุดท้ายอย่าง 28 Chidlom นั้น…จะมีอะไรโปรดติดตาม แต่ผมบอกเลยว่าไม่ธรรมดา คือไม่ใช่แค่ราคานะครับที่ไม่ธรรมดาหุๆๆๆ
ที่ตั้ง:ห่างจากเซ็นทรัลชิดลม 220 เมตร
เนื้อที่โครงการ: 3-0-24 ไร่
อาคารสูง: 2 อาคาร (The Tower 47 ชั้น & The Villa 20 ชั้น)
จำนวนยูนิต: 427 ยูนิต (The Tower 243 ยูนิต, The Villa 184 ยูนิต)
ลิฟท์: (The Tower) 4+1 Service, (The Villa) 3+1 Service
ตัวประเภทห้อง: Studio, 1 ห้องนอน-3 ห้องนอน
Studio: 33 ตารางเมตร
1 ห้องนอน: 40-50 ตารางเมตร
2 ห้องนอน: 70-75 ตารางเมตร
3 ห้องนอน: 120-126 ตารางเมตร
Penthouse: 100-190 ตารางเมตร
ราคาเริ่มต้น: 14 ล้าน
ที่จอดรถ: ประมาณ 358 คัน
ค่ากองทุนส่วนกลาง: 1,000 บาท/ตารางเมตร
ค่าส่วนกลาง: 100 บาท/ตารางเมตร
คาดว่าจะแล้วเสร็จ:–
Location
28 Chidlom ตั้งอยู่บนถนนชิดลมครับจบ… สำหรับผมแล้วถ้าพูดถึงชิดลมไม่รู้จะรีวิวยังไงเลยครับเขียนไม่ออกเพราะผมเชื่อว่าทุกคนรู้จักชิดลม และหลายๆคนน่าจะรู้ดีกว่าผมด้วยครับ สำหรับผมแล้วชิดลมเป็นหนึ่งในที่สุดของ Location ของกรุงเทพเลยครับ เพราะทุกอย่างมีครบร้านอาหาร ที่ทำงาน โรงพยาบาล+ค่า Profile เวลามีคนถามว่าพักอยู่แถวไหน… สำหรับตัวโครงการห่างจากสถานที่น่าสนใจประมาณนี้ครับ
• ห่างจากเซ็นทรัลชิดลมเพียง 220 เมตร ซึ่งมีทางเชื่อมเข้า BTS สถานีชิดลม(ผมวัดจาก Google Map นะครับอาจมากกว่า Factsheet นิดนึงครับ)
• ห่างจาก Central Embassy 500 เมตร ซึ่งสามารถเดินเชื่อมผ่านเซ็นทรัลชิดลมได้
• ห่างจาก Gaysorn Village 600 เมตร ก็ห้างเดิมละครับ แต่แค่เปลี่ยนชื่อนิดหน่อย
• ห่างจาก Central World 750 เมตร ในส่วนนี้รู้กันครับ…
ส่วนใหญ่จะเป็นห้างทั้งนั้นเลยใช่ไหมครับ 55 ก็มันเป็น Location ที่บ่งบอก ถึง Life Style อะครับ จะให้บอกว่าห่างจากสวนลุมกี่กิโลในมุมมองของผมผมว่าไม่ตอบโจทย์สำหรับคนอยู่โครงการนี้อะครับ เพราะผมว่าคนซื้อโครงการตารางเมตรละ 3-4 แสนคงไม่น่าไปวิ่งมั้ง…ผมเดานะ…ดังนั้นผมจึงให้ราคาการใช้ชีวิตและ Life style มากกว่าหุๆ
สำหรับการมาโครงการนั้นมา 3 ทางหลักครับ
• ถ้ามาจากเพชรบุรี(อโศก-เพชรบุรี) สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนชิดลม
• มาจากถนนเพชรบุรี(ประตูน้ำ) สามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนชิดลม
• มาจากสยามพารากอนสามารถเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสมคิด(ซอยข้างเซ็นทรัลชิดลม)สามารถตัดเข้าถนนชิดลมได้ครับ
• ถ้ามาจากเพลินจิตอยู่เลนนอก เพื่อเลี้ยวขวาเข้าซอยสมคิดครับ
ถนนชิดลมเป็นถนน One way ครับ ดังนั้นจะเดินรถทางเดียวนะครับ ดังนั้นถ้ามาจากถนนสุขุมวิทไม่ว่าจะฝั่งไหนก็ตามจะต้องเลี้ยวเข้าซอยสมคิดเพื่อวนรถนะครับ(สามารถดูแผนที่ประกอบได้ครับ)
สำหรับผมในการเดินทางไป 28 Chidlom วันนี้ผมมาจากอโศก(ขาออก) ดังนั้นผมต้องเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอโศก เพื่อไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรีบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรีอีกทีครับ หลังจากนี้ก็ตรงโลดเลยครับ ผ่านทางแยกไปโรงพยาบาลบำรุงราษฎ์ ผ่านทางขึ้นทางด่วน จนไปจบที่ทางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนชิดลม เลี้ยวเข้ามาปุ๊ปก็ข้ามสะพานข้ามคลอง ชิดขวาก็ถึงแล้วครับ เอาจริงๆนะครับผมว่าทุกคนมาเป็นครับ เขียนไปเล่นๆเท่านั้นครับ
About 28 Chidlom
เนื่องจากรายละเอียดของโครงการนี้มีไม่น้อย ดังนั้นผมเปิด Section พิเศษเกี่ยวกับโครงการนี้พิเศษให้ครับ โครงการนี้ได้รับการออกแบบแตกต่างจากโครงการอื่นๆของ Sc Asset ครับ เนื่องจากทาง SC Asset อยากจะรักษาความเป็นธรรมชาติของที่ดินแปลงนี้ตั้งแต่ยังเป็นบ้านคนอยู่ดังนั้นการออกแบบ 28 Chidlom นั้นจึงเริ่มต้นโดยการออกแบบพื้นที่สีเขียวที่ Ground Floor ก่อนที่จะออกแบบตึกไปวางบนที่ดินครับ หลังจากนั้นความเป็นธรรมชาติจะไหลเลื้อยขึ้นไปบนตึกอีกทีครับ(งงใช้ม๊าเดี๋ยวตอนผมรีวิวห้องจะเห็นภาพชัดขึ้นครับ) นอกจากนี้ทางโครงการยังมีการรักษาต้นไม้เก่าแก่บนที่ดินพื้นนี้ไว้ด้วยครับ ถ้าไปโครงการจะเห็นต้นหูกระจงบริเวณรั้วของโครงการครับ เพี๊ยง!!!อย่าเป็นอะไรไปนะลูก…ผมเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะเห็นโมเดลกันแล้วใช่ไหมครับว่าโครงการนี้จะมี 2 ตึก โดยจะเป็นตึก Tower และ Villa โดยตึก Tower นั้นจะสูงกว่าตึก Villa 27 ชั้น โดยระยะห่างของ 2 ตึกนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 25 เมตรครับ ผมถือว่าเห็นกันห่างๆครับ ไม่ได้ใกล้กันมากครับ
เนื่องจากโครงการนี้มี 2 ตึก ดังนั้นส่วนกลางของโครงการนี้จึงแยกกันครับ โดยส่วนกลางหลักๆ เช่นสระว่ายน้ำหรือห้องฟิตเนสนั้นจะมีเป็นของตัวเองเลยครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงสงสัยว่าถ้าเราซื้อตึก Tower แต่อยากจะไปว่ายน้ำที่ตึก Villa ได้ไหม คำตอบคือได้ครับทั้งสองตึกนั้นสามารถ Share ส่วนกลางร่วมกันได้ ซึ่งรวมถึงที่จอดรถด้วยครับ เพราะ Automatic Parking นั้นจะมีเฉพาะในตึก Tower เท่านั้นครับ
นอกจากนี้ SC Asset ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับงานทุกอย่างของตึกนี้มากครับเช่น บริษัทที่ปรึกษาที่ใช้ในการออกงาน Exterior นั้นจะเป็นบริษัทที่ออกแบบตึกใหญ่ๆระดับโลกมาแล้วอย่าง KPF โดยงาน Exterior โครงการ 28 Chidlom ในมุมมองของผมนั้นจะคล้ายๆกับ Mahanakorn หน่อยๆ คือ 1 ห้องนอนทุกห้องจะมีพื้นที่ยื่นออกมาจากตึก เหมือนลอยอยู่ในอากาศทุกห้องแต่จะยื่นมากยื่นน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดห้อง นอกจากนี้ใน 1 ห้องนอนนั้นยังเป็นกระจกเข้ามุมแผ่นใหญ่ทุกห้องด้วยครับดังนั้นทุกห้องนั้นจะเป็นอารมณ์เหมือนห้องมุมหมดครับ
Sales Gallery
Sales Gallery มี Comment ของ Beatniq จากผู้เยี่ยมชมว่าเรียบไป พอมา 28 Chidlom เลยมาแบบล้ำเลยครับนึกว่า Sales Gallery ของอนันดา… เรียกว่าฉีกแนวของ Sc Asset ไปเลยครับ ชอบครับ
Facilities
ในวันนี้ผมจะขอพูดถึง Facilities ของ 28 Chidlom เฉพาะในส่วนของ Tower ก่อนนะครับ เพราะในส่วนของ Villa ยังไม่เปิดขายจึงยังไม่มีข้อมูลครับ ถ้ามีอะไรอัพเดทแล้วผมจะแจ้งให้ทราบอีกทีครับ สำหรับส่วนกลางของตึก Tower จะมี 3 ชั้นครับ
First Floor
จะมี Lobby&Reading Lounge และ Sunken Courtyard ครับ โดย Lobby ของโครงการนี้สามารถเปิดเป็น Open Air ได้ครับ โดย Theme ของ Lobby ของโครงการนี้จะเน้นความเป็นธรรมชาติที่ส่งผ่านมาจาก Courtyard จากภายนอก ดังนั้น Theme หินอ่อนที่โครงการนี้จึงเป็นสีเขียวครับ ซึ่งชื่อที่ใช้เรียกกันนั้นคือ Spider Green Marble ครับ ความสวยของ Spider Green นั้นดูกันที่ Vein ของหินครับ อย่างแผ่นที่เลือกวางที่ทางเข้าของ Sales Gallery นั้นผมถือว่าสวยมากครับลายเส้นนี้เหมือนไหมเลยครับ กลับมาที่ Lobby กันต่อครับ นอกจากนี้บริเวณพื้นยังมีการนำหินอ่อนแผ่นเล็กๆมาเรียงกันที่พื้น(Pixel) โดยเริ่มต้นจากสว่างมากจากภายนอกพอเคลื่อนมาภายใน Lobby สีของหินอ่อนก็จะเข้มขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่ผมได้ข้อมูลมา ผมบอกว่าทำยากมากนะค๊าบจะไล่ Shade สีของหินอ่อน ทาง SC Asset บอกว่าทำได้ แบบนี้ต้องติดตามกันต่อไป เพราะถ้าทำได้จะแจ่มใสมากครับ…สำหรับภายนอกนั้นจะทำเป็น Courtyard ขนาดใหญ่ระหว่าง 2 ตึก โดยจะมีพื้นที่สีเขียวถึง 437.58 ตารางเมตร แต่พื้นที่สีเขียวทั้งหมดของชั้น Ground Floor จะมีถึง 1,346 ตารางเมตรเลยครับ สำหรับผมแล้ว Courtyard นอกจากจะเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับโครงการนี้ ผมยังถือว่าเป็น Buffer ชั้นดีสำหรับห้องพักด้านในที่ 2 ฝั่งนี้ที่จะมาจ๊ะเอ๋กันด้วยครับ ยิ่งถ้าเป็นชั้นล่างๆนั้นผมถือว่า Courtyard ตัวนี้เป็น Selling Point เลยครับ เพราะใครๆก็อยากได้วิวสวนกันใช่ไหมครับ แต่ชั้นบนๆสำหรับผมแล้วไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่ครับ คงต้องใช้ราคาเข้าสู้ครับ เอาจริงๆนะครับ set back ของโครงการระหว่างตึกที่มีถึง 25 เมตร จริงๆแล้วก็ No so bad นะค๊าบ
Floor 12
Heated Spa Pool
บ่อน้ำร้อนไว้แช่ตัวครับ เท่าที่เห็นใน CG เหมือนจะมี 2 บ่อเลยครับ ผมว่าน่าจะเป็นน้ำร้อน 1 บ่อ น้ำเย็น 1 บ่อครับ ผมได้มีโอกาสได้คุยกับผู้ใหญ่ในบริษัท ผมเลยบอกว่าขอแบบร้อนๆเลยนะครับม่ายเอาอุ่นๆครับแฮะๆ สำหรับงาน Interior ในส่วนนี้ Pixel จากชั้น 1 ก็มานะค๊าบ
Floor 44-44M
Lap Pool, Kid’s Pool, 2 Storey Fitness
สำหรับโครงการนี้สระว่ายน้ำจะเป็นหินอ่อนสีขาวครับ โดยสระจะมีความยาวอยู่ที่ 20 เมตร สำหรับสระเด็กนั้น Highlight จะอยู่ที่พื้นที่ชั้นลอยที่ตั้งอยู่เหนือสระว่ายน้ำ ผมเรียกว่า The Nest อะครับ เพราะมันเหมือนกรงหรือรังนกดีครับ จุดประสงค์มีไว้ให้เพื่อให้พ่อแม่ได้ดูลูกน้อยเวลาว่ายน้ำ หรือไว้นั่งอ่านหนังสือก็ได้นะครับคงจะฟินไม่น้อยกับวิวที่ชั้น 44 WoW…สำหรับฟิตเนสที่นี่จะมีสองชั้นครับ แต่รายละเอียดยังมีไม่มากครับถ้าทราบอะไรเพิ่มเติมแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ
ส่วนกลางของ 28 Chidlom มีประมาณนี้ครับ ถ้าพูดถึงความหลากหลายและแปลกใหม่นั้นอาจจะยังมีไม่มาก แต่ถ้าพูดถึงความหรูหรานั้นผมว่า ส่วนกลางที่นี้ไม่ยอมแพ้ที่อื่นแน่ครับ
Room
รอกันมานานใช่ไหมครับหุๆสำหรับมุมมองของผมต่อห้องของโครงการนี้ บางคนอาจจะคิดว่าผมต้องรีวิวประมาณว่าสุดยอดที่สุดของที่สุดผมตอบว่า No No No ครับทุกโครงการที่ผมรีวิวมา มีจุดที่ผมว่าน่าจะดีกว่านี้ครับ ซึ่งที่โครงการนี้ก็มีครับจะเป็นจุดไหน เดี๋ยวเราดูไปพร้อมกันนะครับ โดยผมขอเริ่มจาก Spec ในภาพรวมก่อนนะครับ
Room Specification
• ความสูงห้องอยู่ที่ 3.1 เมตร
• Digital Door Lock
• พื้นห้องน้ำและครัวเป็นหินอ่อน
• พื้นห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็น Engineering Woodern Floor
• กระจกหน้าต่างเป็น Insulated
• หน้าบานตู้ต่างๆปิดผิวด้วยวีเนียร์หรือกระจกเงาครับ
• วงกบหน้าต่างทุกวงกบเป็นอลูมิเนียมหมดทุกจุด
• ประตูจะไม่เสมอผนังทางเดินระหว่างชั้นโดยอยู่ลึกเข้าไปหลังผนังทางเดินเพื่อความเป็นส่วนตัว
นอกจากนี้ประตูภายห้องทุกบานนั้นยังเป็นบานเต็มชนฝ้าด้วยครับเพื่อความหรูหราอลังการอีกด้วยครับ สำหรับห้องตัวอย่างนั้นจะมี 2 แบบครับ โดยจะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนกับห้องแบบ 2 ห้องนอนครับ โดยโครงการนี้จะเป็น Fully Fitted ครับภายในห้องนั้นจะมีห้องครัว ห้องน้ำ รวมทั้ง Built in ต่างๆให้ภายในห้องครับ โดยการรีวิวผมจะรีวิวแยกเป็น 1 ห้องนอนและ 2 ครับ
1 Bed 46.36 ตารางเมตร
Living room
ผมว่ามันเป็นความสวยงามในการออกแบบของห้อง 1 ห้องนอนของตึก Tower เพราะทุกห้องนั้นจะได้เป็นกระจกเข้ามุมนอกจากนี้ยังเป็นกระจก Full Height ซึ่งมากับความสูง 3.1 เมตรครับ ถือว่าเป็น New Standard ของ Super Luxury ละ เพราะแถมให้อีก 10 เซนติเมตรจากมาตราฐาน Super Luxury ทั่วไป นอกจากนี้ประตูออกระเบียงก็เป็น Full Height อีกเช่นกัน จุดขายของกระจกโครงการนี้นอกจากจะ Full Height แล้วยังเป็นกระจกบานเต็มไม่มีอลูมิเนียมคาดกลางแผ่นเหมือนหลายๆโครงการที่ผมเคยเห็น ดังนั้นการ Take วิวนั้นถึงใจแน่ครับ แต่ถ้าเปลี่ยนทีก็ถึงใจเหมือนกันครับ สำหรับ Gimmick เล็กๆน้อยของนั่งเล่นนั้นเช่น รางม่านที่ซ่อนไว้ใต้ฝ้า สวิตช์ไฟเป็นรีโมทสามารถถือไปที่ไหนก็ได้ในห้องครับ สำหรับส่วนที่เห็นอื่นๆนั้นแต่งเป็น Idea นะครับ
Bedroom
กระจกหน้าต่างสะพรึงมากครับ บานขนาดอลังการไม่ซอยยิบ แม้แต่บานกระทุ้งยังอลังเลยครับ สำหรับหน้าบานของตู้เสื้อผ้าโครงการนี้เป็นกระจกทุกบานครับสวยอลังมาก เพราะความสูงของห้องนั้นไม่ธรรมดา พอ Built ตู้เสื้อผ้าชนฝ้าดังนั้นหน้าบานกระจกของตู้เสื้อผ้าจึงเป็นบานเต็มชนฟ้าครับ จุดขายของห้องนอนนั้น นอกจากจะเป็นกระบานใหญ่และมี Built in ให้แล้ว สิ่งที่เลอค่ามากอีกสิ่งหนึ่งนั้นคือ 1 ห้องนอน มีตู้โชว์กระเป๋าด้วยครับ มีติดไฟให้ด้วยนะ เลอค่าไหมครับเอาไว้ใน Birkin ดีมะครับ นอกนั้นสิ่งที่เห็นแต่งโชว์นะค๊าบ
Kitchen
สวยงามมากครับ เป็นการลบจุดอ่อนของหินอ่อนในห้องครัวไปตลอดกาลปัญหาที่เจอกับหินอ่อนบ่อยๆในห้องครัวนั้นคือ ซึมน้ำซึมคาบสกปรกจึงทำให้สีด่าง หรือปัญหาจากการใช้งาน ทำให้หินเป็นรอยง่าย พราะหินอ่อนนั้นจริงๆแล้วค่อนข้าง Sensitive ยิ่งแค่ปัดเงามาโดนอะไรนิดหน่อยก็ไปแล้ว แต่สำหรับ 28 Chidlom นั้นไม่ใช่ครับ เพราะหินอ่อน(Black Emperado)ที่นี้นำไปพ่นทรายและปั่นเงาทำให้หน้าหินไม่เรียบโดย Vein (ส่วนที่อ่อนของหน้าหินจะถูกปัดออกไป) หลังจากนั้นมีการ Coat หน้าหินอีกทีดังนั้นชิ้นงานที่ได้คือความวิ้งของหินในรูปแบบใหม่ที่มาความทนทานมากขึ้น ที่สำคัญตัดปัญหาเรื่องการใช้หินอ่อน เช่นซึมสี ซึมน้ำหรือพื้นจะลื่นไปได้เลยครับหุๆ หินที่นี้ไม่ธรรมดาจริงๆครับ แต่……นึกว่าจบแล้วใช่มะ????ยังครับ…แต่ตัวเคลือบมีอายุนะครับ ต้องทำอย่างสม่ำเสมอไม่เช่นนั้นความวิ่งจะหายไปหรือจืดลงครับ…จบ Part นี้จริงๆละ… สำหรับชุด Spec ชุดครัวนั้นจะเหมือนกับ Beatniq และ Saladaeng One ครับแต่ต่างกันที่หน้าบานครับ เพราะหน้าบานของโครงการนี้เป็นกระจกครับ(แต่เฉพาะ 1 ห้องนอนนะ) ผมชอบมากครับ เพราะหน้าบานที่เป็นกระจกเงายิ่งทำให้ห้องวิ้งมากกว่าเดิมครับ ดูรับกับส่วนอื่นของห้องไปหมดครับ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะได้นั้นจะมีตู้เย็นแบบ Built in ของ Electrolux ส่วนไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า และฮูดดูดอากาศเป็นของ Kuppersbusch ครับ สำหรับก๊อกจะเป็นของ Grohe ซึ่งสามารถปรับเลือกน้ำร้อนหรือน้ำเย็นได้ครับ และเป็นแบบ Cool Tap กล่าวคือ เปิดน้ำร้อนอย่างเดียว ตัวก๊อกก็ไม่ร้อนครับ…ส่วนอ่างล้างจานเป็นของ Tekaโดย Top ของชุดครัวจะเป็น Composite Marble ครับ ในภาพรวมนั้นผมถือว่าสวยไม่มีที่ติครับ แต่……แต่อีกละ…… Spec ก๊อกน่าจะอัพให้อีกสักนิดนึงเนอะ…เพราะราคามาสามปลายๆ-สี่แสนแล้วอะครับ พอเทียบกับ Beatniq หรือ Saladaeng One ที่เริ่มต้น 2 แสนกลางๆ-2แสนปลายๆแล้วอดรู้สึกไม่ได้
Toilet
ผมให้เป็นห้องน้ำที่สวยที่สุดโครงการหนึ่งเท่าที่ผมเคยรีวิวโครงการมาเลยครับ ไม่ใช่แค่สวยแต่ทนด้วยครับ เพราะหินที่ใช้จะเป็นตัวเดียวกับห้องครัวดังนั้นจึงรับประกันความสวยและทนเพราะกรรมวิธีในการผลิตนั้นจะเหมือนกันครับซึ่งมีความวุ่นวายและซับซ้อนกว่าการผลิตหินอ่อนปัดเงาธรรมดา สำหรับหินของห้องน้ำจะประกอบด้วยหินสองชนิดระหว่าง Black Emperado กับ Light Emparado ครับ ความจริงแล้วก็เป็นหินประเภทเดียวกันละครับ แต่ตัวหนึ่งสีอมดำ อีกตัวสีอมเทาครับ สำหรับ Brand ที่ใช้ภายในห้องน้ำเช่นพวกก๊อกหรือ Shower นั้นจะเป็นของ Grohe ครับ สำหรับสุขภัณฑ์นั้นจะเป็น Washlet ของ TOTO ครับ สำหรับ Highlight ยังคงเหมือนเดิมครับ Thermostat ระบบล็อคอุณหภูมิน้ำที่ Shower ไม่ให้อุณหภูมิน้ำสวิงตามแรงดันน้ำครับในภาพรวมนั้นเหมือนถอด Spec ของ Beatniq หรือ Saladaeng One ออกมาเลยครับที่แตกต่างจะมีเพียงแค่หินที่ใช้เท่านั้นครับ นอกจากนี้โครงการนี้ยัง Built ที่วางสบู่โดยการเจาะผนังไปที่ผนังด้วยนะครับ ชอบๆเพราะในส่วนนี้ก็กรุหินด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตามในส่วนนี้ผมมีแต่นิดนึงนะครับ ณ ราคาตารางเมตรละ 3-4 แสน ผมว่าก๊อกหรือ Shower น่าจะเป็นของ Hansgrohe แล้วครับ ผมว่าแค่ Grohe ดูธรรมดาไปนิดนึงน๊าาา นอกจากนี้ Floor drain น่าจะเหมือน Saladaeng One มากกว่าโดยการใช้หินอ่อนมาซ่อน Floor Drain แทนการใช้ Floor Drain สำเร็จรูปแบบนี้ครับ ถามว่าสวยไหม ผมว่าสวยครับแต่ Spec ตัวนี้ผมมองว่าสามารถหาชมได้ใน Segment Luxury ทั่วไปครับยังไม่น่าตื่นเต้นครับ แต่ถ้ามองในองค์รวมไม่ติด Brand นั้นห้องน้ำของโครงการนี้ยังสวยงามครับ ดูแพงมี Character ครับ แต่ขาด Detail ไปนิดนึงครับ ดูเหมือนผมชม Saladaeng One เยอะเนอะ…ใครชอบแถวสาทรจัดไป อย่าช้าครับโครงนั้น Detail จัดจ้านมากครับหุๆ
Balcony
ผมว่าเป็น Highlight ของโครงการนี้เลยครับ เพราะอะไรเหรอครับ 1. ไม่มี Compressor วางที่ระเบียง 2. ไม่มีส่วนที่เป็นปูน เพราะโครงการจะกรุไม้หรือวัสดุเทียบเท่าที่ผนังระเบียงวิ่งไปถึงท้องพื้นเลยครับ 3. ที่ระบายอากาศจากพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำและห้องครัวโครงการตีเป็นระแนงปิดหมด ไม่ให้เห็นฝาครอบพัดลมดูดอากาศเลยครับ ถ้าเป็นโครงการอื่นจะเห็นเป็นฝาครอบพลาสติกสีขาวปิดที่ตัวปูนบริเวณผนังใต้ท้องพื้น Detail มะครับ อย่างไรก็ตาม 1 เดียวที่ติดใจเล็กน้อยนั้นคือโครงการนี้ราวกันตกเป็นเหล็กไม่ใช่กระจกเหมือน Super Luxury โครงการอื่นๆครับ ในด้าน Function ไม่ติดใจ แต่คุณค่าทางด้านจิตใจมีเล็กน้อยครับ อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลผมถือว่ายังดีงาม ข้อดี 3 ข้อนี้โดยเฉพาะข้อ 2 กับ ข้อ 3 ผมยังนึกไม่ออกเลยครับว่ามีโครงการไหนในกรุงเทพที่ให้แบบนี้บ้างหุๆ ถือว่าเทรดไปกับราวกันตกละกันนะครับ…
จบกันไปแล้วนะครับกับ 1 ห้องนอนมาเลอค่ากันต่อกับ 2 ห้องนอน ขนาด 73.53 ตารางเมตรกันเลยครับ Spec ห้องความสะพรึงไม่แตกต่างกับ 1 ห้องนอนมากนักครับ
2 ห้องนอนขนาด 73.53 ตารางเมตร
Living room
Living room ของ 2 ห้องนอนในโครงการ 28 Chidlom นั้นถือว่าเป็น Signature ของโครงการเลยก็ว่าได้ครับ เพราะว่าทางโครงการวาง Layout ไว้อย่างน่าสนใจ เนื่องจากห้องนี้จะมีกระจกเป็น L-Shape คือจะได้วิวเป็นกระจกบานใหญ่มาก ขนาดของห้อง Living room นั้นผมถือว่าค่อนข้าง Compact ไม่ใหญ่มากถ้าเทียบกับขนาดห้องที่ 73.53 ตารางเมตรโครงการอื่น อย่างไรก็ตาม ห้องที่ได้จริงเป็นห้องเปล่าดังนั้นห้องจริงจะดูใหญ่กว่านี้ครับ ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ของห้องนี้ Grand ไปหน่อยจึงทำให้ห้องดูเล็กลงไปนิดนึงครับ
Master bedroom
Master Bedroom ของโครงการนี้จะมากับตู้เสื้อผ้า Built in โดยหน้าบานนั้นจะปิดด้วยวีเนียร์ครับ (วีเนียร์คือผิวไม้จริงประมาณ 2 มิลลิเมตรปิดลงบนแผ่น MDF ครับ เวลาสัมผัสจะได้อารมณ์ของไม้จริงไม่ใช่พลาสติกเหมือน Laminate ) นอกนั้น Spec ของห้องยังเป็นเหมือนเดิมครับกระจกเป็น Insulate และ Full Height ครับ
Master Toilet
Spec จะเหมือนกับห้องน้ำขนาด 1 ห้องนอนทุกประการครับ ผมว่าขนาดห้องน้ำยังดูเหมือนจะเท่ากันด้วยเลยครับ
Bedroom 2
Spec จะเหมือนกับ Master bedroom ทุกประการแต่ขนาดของห้องจะเล็กกว่าครับ แต่ความจริงก็ไม่อึดอัดนะครับ เพราะกระจกแบบ Full Height ช่วยได้เยอะเลยครับ
Toilet 2
ห้องน้ำ 2 นั้นจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นครับ Spec ในองค์รวมนั้นจะเหมือนกับห้องน้ำใน Type อื่นๆครับ แต่สิ่งที่แตกต่างจะมีเพียงหน้าบานของตู้ใต้อ่างล้างมือนั้นจะปิดผิวด้วยโฟเมก้าผิวอลูมิเนียมสีทองผมว่าแปลกดีนะ โดดมาสีเดียวเลย นอกจากนี้ชักโครกของห้องน้ำ 2 นั้นจะไม่เป็นแบบไฟฟ้า แต่จะเป็นแบบ Built in ครับและขนาดของ Sizing นั้นจะเล็กลงนิดนึงถ้าเทียบกับ Master Toilet ครับ
Kitchen
Spec ยังคงเหมือน 1 ห้องนอนเกือบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นพื้นหินอ่อน Black Emperado พ่นทราย ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้าจะเป็นของ Kuppersbusch ก๊อกจะเป็นของ Grohe แต่สิ่งที่แตกต่างคือหน้าบานจะไม่เป็นกระจก นอกจากนี้ Sink จะได้เป็นแบบ 2 หลุม และจะได้เตาอบเพิ่มอีก 1 เตาครับ
Balcony
ระเบียงของห้องนี้เล็กน่ารักมากและผมก็ชอบมากเช่นกัน วัสดุที่ใช้ยังเหมือน 1 ห้องนอนแต่วัสดุที่กรุผนังจะเปลี่ยนไปไม่ใช่ไม้แล้วครับ ความจริงแล้ววัสดุที่ใช้กรุผนังแต่ละห้องจะไม่เหมือนกันมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครได้ห้องไหนไป แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ผนังปูนแน่ๆครับหุๆ
จบแล้วครับกับโครงการที่มีการซื้อที่ดินแพงที่สุดในเมืองไทย (ณ เวลานี้) และเป็นโครงการที่ Sc Asset ให้ Spec ของโครงการสูงที่สุดด้วยเช่นกัน แม้บางคนอาจจะแย้งว่า Saladaeng One ให้สูงกว่านะ เช่น บัวพื้นฝังไปในผนัง หรือ การซ่อน Floor Drain ในห้องน้ำ แต่ถ้ามองในองค์รวมแล้ว 28 Chidlom นั้นยังคงให้ Spec ที่สูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นความสูงของห้อง Spec ของกระจกและความใหญ่ของกระจกในแต่ละห้อง Spec ของหินที่สูงกว่า ซึ่งผมรับลองว่าไม่เคยเห็นจากที่ไหน เพราะเป็น Spec ตัวนี้เป็น Special request จากผู้ใหญ่ม๊ากใน SC ขอมา เพราะอยากให้โครงการนี้ไม่เหมือนใครครับ Inspired by 6 stars hotel somewhere.
Analysis investment potential
ผมอาจจะมองไม่เหมือน Invester หรือ Blogger หรือ Influence คนอื่นๆนะครับ ผมมองว่าการซื้อโครงการนี้ไม่ใช่การซื้อคอนโดเพื่อจะอยู่เอง เพื่อเช่าหรือเพื่อขายต่อละ ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลพลอยได้ครับ…เนื่องจากราคาของโครงการนี้ต้องยอมรับว่าค่อนข้าง Far beyond ไปมากละ ถ้าไม่เทียบกับ 98 Wireless ที่ราคาไปดาวอังคารละ โดยเฉพาะห้องที่ไม่ Block วิว ดังนั้นถ้าจะซื้อเพื่อปล่อยเช่าเป็นจุดประสงค์หลัก No No No เพราะค่าเช่าของ 28 Chidlom นั้นผมว่าน่าจะได้แค่ประมาณ 3.x%ไม่น่าเกินละครับ แต่ถ้าซื้อเพื่อ Speculate ละ Well!!! ผมมองว่า ณ ราคานี้ผมว่าน่าจะเหยียบเกือบ Max แล้วครับ ถ้าสังเกตุโครงการในระดับราคา 25x,xxx++บาท ต่อตารางเมตร แต่ละโครงการนั้นขายไม่ได้ง่ายแม้ Location จะค่อนข้างดีก็ตาม สำหรับ 28 Chidlom นี้ราคามาวิ่งเล่นที่เกือบสี่แสนแล้ว(สำหรับห้องตำแหน่งสวยๆ) ถ้าจะ Speculate ระยะสั้นหรือก่อนขายเสร็จ เราต้องขายตารางเมตรละสี่แสน ผมว่าไม่ง่าย…แต่ถ้าระยะยาวละ…ถ้ายาวๆเลยไปสัก 5-10 ปีผมว่าน่าจะไปได้ครับ แต่ถ้าสั้นๆก่อนโอนผมถือว่ายังยาวไม่พอ ถึง Location ตรงนี้จะ Precious มากแต่ถ้าเกือบ 4 แสนแล้วเจอ++ไปอีกๆ…..คิดแป๊ปครับ…หลายๆคนอ่านมาถึงตอนนี้ ผมเชื่อว่าบางคนคิดว่า ผมต้องไม่ OK กับโครงการนี้หรือเปล่า No No No ครับผมรักโครงการนี้และชอบ Location ตรงนี้มากซึ่งผมก็ซื้อเองด้วยครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะสื่อคือ…สำหรับ 28 Chidlom นั้นในมุมมองของผมนั้นโครงการนี้เป็นทรัพย์สิน (Asset) ตัวหนึ่งครับ ผมไม่ได้มองว่าเป็นแค่ Condo ละแม้ Condo จะเป็นส่วนหนึ่งของ Asset ก็ตาม เพราะผมไม่ได้คาดหวังว่า Asset ตัวนี้จะ Return ให้ผมในแง่ของผลตอบแทนเป็นตัวเงิน (ผมเชื่อว่าหลายๆคนมี Asset หลายๆชิ้นที่ซื้อมาแต่ไม่ได้หวังผลตอบแทนจากสิ่งของเหล่านั้นแม้มูลค่าตอนซื้อจะสูงมากแค่ไหนก็ตาม…จริงมะครับนึกดีๆผมยังมีเลย… ) แต่ผมมองว่า ณ Location ตรงนี้ วันนี้ เวลานี้ ต่อไปอาจจะไม่มีคอนโดขึ้นอีกแล้ว ดังนั้น Asset ตัวนี้จะมีคุณค่าทางด้านจิตใจมากกว่ามูลค่าที่ตีออกมาเป็นมูลค่าทางตัวเงิน แน่นอนที่สุด 28 Chidlom ย่อมมีมูลค่าเป็นตัวเงินเพราะเราใช้เงินซื้อมา แต่สิ่งที่ผมให้สูงกว่านั้นคือคุณค่าทางด้านจิตใจ ที่ผมคิดว่ามูลค่าตัวนี้ทรงคุณค่ามากกว่ามูลค่าที่ตีออกมาเป็นตัวเงินมากครับ สำหรับผมแล้ว“ความภูมิใจ” ไม่สามารถตีราคามาเป็นตัวเงินได้ครับ ซึ่งสิ่งสิ่งนี้ละครับผู้ครอบครองสามารถส่งผ่านความภูมิใจต่อไปให้คนในครอบครัว หรือคนที่รักต่อไปในอนาคตครับ ดังนั้นสำหรับผมแล้ว 28 Chidlom นั้นเป็นมากกว่า “A condo”ครับ…
At the end
เป็นโครงการตัวสุดท้ายของ Limited Collection ของ Sc Asset ครับ ซึ่งโครงการใน Segment นี้ต่อไปจะไม่มีอีกอย่างน้อยประมาณ 2-3 ปีครับ ผมสารภาพเลยว่านั่งอยู่ 30 นาที พยายามจะเขียนปิดโครงการนี้ แต่ผมเขียนปิดไม่ได้ครับ…ความรู้สึกผมจริงๆแล้ว ณ Segment นี้ ราคานี้ ผมอยากให้ไปลองเยี่ยมชมโครงการที่ Sales Gallery ดีกว่าครับ ผมคงไม่โน้มน้าวว่าซื้อเถอะดีนะเป็นโครงการที่ดีมาก แต่ผมอยากให้ไปสัมผัสเองดูครับ ว่าชอบไหม รู้สึกอย่างไร ณ เวลานี้ผมให้ข้อมูลทั้งหมดที่ผมมีผ่านมุมมองของผมไปแล้ว ต่อจากนี้ไปคงต้องให้ผู้สนใจเยี่ยมชมโครงการดูนะครับ ถ้าสงสัยอะไรไม่มั่นใจอะไรจะ PM มาถามผมก็ได้ครับ ผมยินดี Support ข้อมูลให้เต็มที่ผ่านมุมมองของผมครับ
สิ่งที่ประทับใจ
• Location
• Exterior
• Interior
• พื้นที่สีเขียว
• ความสูงห้อง
• Spec กระจกและหินของโครงการ
สิ่งที่ไม่ประทับใจ
• Spec ห้องบางอย่าง
• ความหลากหลายของส่วนกลาง

ที่มา: https://www.newbangkokcondo.com/ezine/review/รีวิว-28-chidlom/